ในปัจจุบันที่โครงสร้างประชากรของโลกและประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ การดูแลสมาชิกในครอบครัวที่มีอายุมากขึ้นเริ่มกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกบ้านต้องวางแผนรับมือ เมื่ออายุที่เพิ่มขึ้นมักมาพร้อมกับสมรรถภาพร่างกายที่ถดถอยลง บางท่านอาจช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลงต้องใช้รถเข็นวีลแชร์ หรือกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องอาศัยการใช้รถเข็นสำหรับขับถ่าย พึ่งพาคนอื่นตลอด 24 ชั่วโมง ภาระหน้าที่นี้จึงมักตกอยู่ที่ลูกหลานวัยทำงาน ซึ่งอาจไม่มีเวลาเพียงพอหรือไม่ทักษะในการดูแลที่ถูกต้อง การมองหาตัวช่วยอย่าง Caregiver จึงกลายเป็นทางออกที่ตอบโจทย์ที่สุดในยุคนี้ แต่หลายคนอาจยังสับสนว่าคือใคร ทำหน้าที่อะไรบ้าง และจำเป็นแค่ไหน บทความนี้เรามีคำตอบ
Caregiverคือใคร? และแตกต่างจากพยาบาลอย่างไร
Caregiver คือ บุคคลที่ทำหน้าที่ให้การดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง หรือผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง ในการทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ได้รับการดูแลมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข แต่ไม่ใช่พยาบาลวิชาชีพ โดยพยาบาลวิชาชีพคือผู้ที่จบปริญญาตรีพยาบาลศาสตร์ มีใบประกอบวิชาชีพ และเน้นการดูแลด้านหัตถการทางการแพทย์ที่ซับซ้อน เช่น การฉีดยา การสวนปัสสาวะ หรือการทำแผลกดทับลึก
แต่ Caregiver หรือผู้ดูแล จะเน้นไปที่การบริบาลหรือการดูแลชีวิตความเป็นอยู่พื้นฐาน การฟื้นฟูสภาพร่างกายเบื้องต้น และการอยู่เป็นเพื่อน มากกว่าการรักษาพยาบาลโดยตรง ดังนั้นการเลือกใช้บริการจึงขึ้นอยู่กับระดับอาการของผู้สูงอายุว่าต้องการการดูแลเชิงการแพทย์เข้มข้นหรือต้องการการดูแลทั่วไปในชีวิตประจำวัน
ประเภทของ Caregiverแบ่งตามลักษณะการดูแล
- Caregiver (CG) ที่ผ่านการอบรม บุคคลทั่วไปที่ผ่านการอบรมหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ ซึ่งจะมีความเชี่ยวชาญในการรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีกว่า
- Family Caregiver สมาชิกในครอบครัว เช่น สามี ภรรยา ลูกหลาน ที่ต้องลาออกจากงานหรือสละเวลามาดูแลญาติผู้ใหญ่ด้วยตนเอง
- จิตอาสา เพื่อนบ้าน หรืออาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ที่เข้ามาช่วยดูแลเป็นครั้งคราว ซึ่งมีความใกล้ชิดและความผูกพันทางใจ แต่ข้อจำกัดคืออาจขาดทักษะที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการฟื้นฟูร่างกายหรือความปลอดภัยในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้
หน้าที่ของ Caregiverต้องทำอะไรบ้าง?

หน้าที่ของ Caregiver ไม่ได้มีแค่การเฝ้าไข้ แต่ครอบคลุมถึงการดูแลคุณภาพชีวิตรอบด้านของผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตัว ปลอดภัย และมีสุขภาพจิตที่ดี มีดังนี้
ดูแลกิจวัตรประจำวัน
หน้าที่พื้นฐานที่สุดและสำคัญที่สุดของ Caregiver คือการช่วยเหลือผู้สูงอายุในการทำกิจวัตรประจำวัน เริ่มตั้งแต่การดูแลความสะอาดร่างกาย การอาบน้ำ การสระผม การแปรงฟัน การเปลี่ยนเสื้อผ้า รวมถึงการขับถ่ายและการเปลี่ยนผ้าอ้อมสำหรับผู้ป่วยติดเตียง นอกจากนี้ยังต้องคอยช่วยเหลือในการเคลื่อนย้ายร่างกาย การลุกนั่ง หรือการพยุงเดิน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุการณ์หกล้มซึ่งเป็นความเสี่ยงสูงสุดในวัยชรา
ดูแลโภชนาการ
เรื่องอาหารการกินเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้สูงอายุ Caregiver มีหน้าที่จัดเตรียมอาหารให้เหมาะสมกับโรคประจำวันและตามคำแนะนำของแพทย์ รวมถึงการป้อนอาหารอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันการสำลัก การดูแลความสะอาดภาชนะ การจัดยาให้ตรงเวลาและครบถ้วนตามแพทย์สั่ง การได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและถูกสุขลักษณะจะช่วยให้ร่างกายของผู้สูงอายุแข็งแรงและมีภูมิต้านทานโรคที่ดีขึ้น
สังเกตอาการและวัดสัญญาณชีพ
หน้าที่สำคัญของ Caregiver คือการตรวจวัดและบันทึกสัญญาณชีพพื้นฐานประจำวัน เช่น ความดันโลหิต อุณหภูมิร่างกาย ชีพจร และอัตราการหายใจ รวมถึงระดับน้ำตาลในเลือด การจดบันทึกข้อมูลเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้แพทย์ประเมินอาการได้แม่นยำขึ้น นอกจากนี้ต้องคอยสังเกตอาการผิดปกติอื่น ๆ เช่น อาการซึม อาการบวม แผลกดทับ หรือการเปลี่ยนแปลงของสีปัสสาวะ และรีบรายงานให้ญาติหรือบุคลากรทางการแพทย์ทราบทันทีเพื่อการรักษาที่ทันท่วงที
ดูแลสภาพแวดล้อม
สภาพแวดล้อมที่ดีมีผลต่อสุขภาพกายและใจของผู้ป่วย Caregiver ต้องดูแลความสะอาดและความเรียบร้อยของบริเวณที่พักอาศัยของผู้สูงอายุให้ถูกสุขลักษณะ การจัดวางสิ่งของให้เป็นระเบียบไม่ขวางทางเดินเพื่อป้องกันการสะดุดล้ม รวมถึงการจัดการขยะติดเชื้อหรือสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ อย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและน่าอยู่จะช่วยลดความเครียดของผู้ป่วยและทำให้การดูแลรักษาง่ายขึ้น
ฟื้นฟูร่างกายเบื้องต้น
สำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหวหรือผู้ป่วยติดเตียง การอยู่นิ่ง ๆ นานเกินไปอาจทำให้ข้อยึดติดและกล้ามเนื้อฝ่อลีบ Caregiver จึงมีหน้าที่ช่วยทำกายภาพบำบัดเบื้องต้นตามที่นักกายภาพแนะนำ เช่น การพลิกตัวผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมงเพื่อป้องกันแผลกดทับ การบริหารข้อต่อต่าง ๆ การนวดกระตุ้นกล้ามเนื้อ หรือการพาเดินออกกำลังกายเบา ๆ การฟื้นฟูเหล่านี้จะช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย กระตุ้นการไหลเวียนเลือด และช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถกลับมาช่วยเหลือตัวเองได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ดูแลด้านจิตใจ
สุขภาพใจส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพกาย ผู้สูงอายุมักเผชิญกับภาวะเหงา เครียด หรือซึมเศร้าจากการเจ็บป่วย Caregiver ที่ดีจึงต้องเป็นเพื่อนคุย คอยรับฟัง และหากิจกรรมนันทนาการที่เหมาะสมทำร่วมกับผู้สูงอายุ เช่น อ่านหนังสือให้ฟัง ชวนคุยเรื่องอดีต พาไปเดินเล่น หรือทำกิจกรรมฝึกสมองเพื่อชะลอภาวะสมองเสื่อม การให้กำลังใจและการแสดงออกถึงความเอาใจใส่จะช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่า ไม่ถูกทอดทิ้ง ซึ่งเป็นยาขนานเอกที่ช่วยให้มีแรงใจในการใช้ชีวิตต่อไป
ความสำคัญของ Caregiverต่อสังคมผู้สูงอายุ

เมื่อครอบครัวมีขนาดเล็กลงและสมาชิกทุกคนต้องออกไปทำงานนอกบ้าน การมี Caregiver เข้ามาช่วยดูแลผู้สูงอายุจึงมีความสำคัญ ไม่ใช่แค่ช่วยแบ่งเบาภาระของลูกหลาน แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุให้ดีขึ้น การมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างใกล้ชิดช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ ลดอัตราการกลับไปรักษาซ้ำที่โรงพยาบาล และช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้านของตนเองได้อย่างมีความสุขและอบอุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องการ มากกว่าการต้องไปอยู่ที่สถานสงเคราะห์
3 เช็กลิสต์สำคัญ ก่อนเลือก Caregiverมืออาชีพ
- Technical Skill (ทักษะเฉพาะทาง) เราต้องตรวจสอบทักษะตรงกับอาการของผู้ป่วยหรือไม่ เช่น หากผู้ป่วยต้องดูดเสมหะ ให้อาหารทางสายยาง หรือดูแลแผลกดทับ Caregiver คนนั้นต้องผ่านการอบรมและมีความชำนาญในเรื่องนั้นจริง ๆ การมีใบรับรองการอบรมหรือใบประกอบวิชาชีพเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยการันตีความสามารถได้
- Personality & Attitude (บุคลิกภาพและทัศนคติ) ทักษะเก่งอย่างเดียวอาจไม่พอ ความใจเย็น ความเห็นอกเห็นใจ และทัศนคติเชิงบวกเป็นหัวใจสำคัญของงานบริการ Caregiver ต้องเป็นคนที่เข้ากับผู้สูงอายุได้ดี มีความอดทนต่อสภาวะอารมณ์ที่แปรปรวนของผู้ป่วย การสัมภาษณ์พูดคุยเบื้องต้นจะช่วยให้เราประเมินเคมีที่ตรงกันได้
- Criminal Background Check (การตรวจสอบประวัติ) ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ ควรมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมอย่างละเอียด เพื่อป้องกันปัญหาการลักทรัพย์หรือการทำร้ายร่างกายที่อาจเกิดขึ้น การจ้างผ่านศูนย์หรือบริษัทที่มีมาตรฐานมักจะมีกระบวนการคัดกรองนี้ให้อยู่แล้ว ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจได้มากกว่าการจ้างอิสระ
สรุป
การมี Caregiver มืออาชีพเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลผู้สูงอายุในบ้าน ช่วยให้ท่านได้รับการดูแลที่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด และถูกสุขลักษณะที่สุด การเข้าใจบทบาทหน้าที่และการเลือกจ้าง Caregiver ที่มีคุณภาพ จะช่วยเปลี่ยนช่วงเวลาที่ยากลำบากให้กลายเป็นช่วงเวลาที่อุ่นใจสำหรับทุกคนในครอบครัว หากเรามีการวางแผนที่ดี การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุก็จะไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป
นอกจากการมีผู้ดูแลที่ดีแล้ว การมีอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตของผู้ป่วย และผู้ดูแล ไม่ว่าจะเป็นเตียงผู้ป่วย รถเข็น วีลแชร์ หรือไม้เท้าช่วยพยุงก็จะช่วยให้การดูแลมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ทำให้ผู้ดูแลรู้สึกเหนื่อยจนเกินไป สำหรับใครที่มองหาอุปกรณ์ดูแลผู้สูงอายุที่เหมาะสม Medila Wellness เป็นอีกหนึ่งแบรนด์คุณภาพที่เลือกวัสดุในการผลิตที่แข็งแรง ทนทาน ราคาคุ้มค่า เพื่อการใช้ชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ
FAQ รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Caregiver
Caregiver สามารถฉีดยาหรือเจาะเลือดได้หรือไม่?
โดยทั่วไปแล้ว Caregiver ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำหัตถการที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การฉีดยา การเจาะเลือด หรือการใส่สายสวนปัสสาวะ เพราะเป็นหน้าที่ของพยาบาลวิชาชีพเท่านั้น ยกเว้นในบางกรณีที่เป็นการฉีดอินซูลินซึ่งแพทย์อาจสอนให้ผู้ดูแลทำได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด หากต้องการหัตถการทางการแพทย์ ควรแจ้งศูนย์เพื่อขอพยาบาลวิชาชีพแทน
ควรจ้าง Caregiverแบบไป-กลับ หรือ กินนอนประจำที่บ้าน?
ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยและความสะดวกของครอบครัว หากผู้ป่วยช่วยเหลือตัวเองได้บ้างและเราต้องการความเป็นส่วนตัวในช่วงกลางคืน การจ้างแบบไป-กลับอาจเหมาะสมกว่า แต่หากเป็นผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องพลิกตัวหรือดูดเสมหะตลอด 24 ชั่วโมง การจ้างแบบกินนอนจะคุ้มค่าและปลอดภัยกว่า เพราะมีคนดูแลตลอดเวลา
ค่าใช้จ่ายในการจ้าง Caregiverแพงไหม?
ค่าบริการของ Caregiver ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ วุฒิการศึกษา และความยากง่ายของเคส หากจ้างทั่วไปราคาจะย่อมเยากว่าพยาบาลวิชาชีพ อย่างไรก็ตาม การมองหาแต่ราคาถูกที่สุดอาจแลกมาด้วยความเสี่ยงเรื่องคุณภาพงาน การจ้างผ่านศูนย์มาตรฐานอาจมีราคาสูงกว่าเล็กน้อยแต่แลกมาด้วยการการันตีคุณภาพ การตรวจสอบประวัติ และมีคนมาแทนงานเมื่อมีการลาหยุด ซึ่งคุ้มค่ากว่าในระยะยาว





