ผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพาหรือผู้ป่วยติดเตียง จำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านการเคลื่อนไหวร่างกายที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพในระยะยาว หนึ่งในหัวใจสำคัญของการดูแลคือการจัดท่านอนผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งเป็นกิจวัตรที่ผู้ดูแลต้องทำความเข้าใจ บทความนี้จะรวบรวมเทคนิคและวิธีการที่ถูกต้อง เพื่อช่วยให้ทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแลมีความสุขกายสบายใจมากที่สุด
ทำไมการจัดท่านอนผู้ป่วยติดเตียงจึงเป็นเรื่องสำคัญ?
หลายคนอาจมองว่าการนอนเฉย ๆ เป็นการพักผ่อน แต่สำหรับผู้ที่เคลื่อนไหวไม่ได้การจัดท่านอนผู้ป่วยติดเตียงคือการรักษาชีวิตและป้องกันความเจ็บปวดที่อาจเกิดขึ้นตามมา การละเลยเรื่องนี้อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงจนยากจะแก้ไข
เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย
ภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการการจัดท่านอนผู้ป่วยติดเตียงอย่างเหมาะสมนั้นมีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ปัญหาหลักที่พบบ่อยที่สุดคือแผลกดทับ ซึ่งเกิดจากการที่ผิวหนังถูกกดทับเป็นเวลานานจนเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ ทำให้เนื้อเยื่อตายและเกิดแผลเน่าเฟะ นอกจากนี้ การนอนนิ่ง ๆ ในท่าเดิมตลอดเวลายังส่งผลให้เกิดภาวะปอดอักเสบจากการที่มีเสมหะคั่งค้างในปอด การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ รวมถึงภาวะข้อติดแข็งที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถเหยียดแขนขาได้ในอนาคต ดังนั้นการจัดท่าจึงเป็นเสมือนเกราะป้องกันโรคร้ายเหล่านี้
เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย
การดูแลผู้ป่วยติดเตียงมีเป้าหมายคือการให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี การจัดท่านอนผู้ป่วยติดเตียงที่ถูกต้องจะช่วยสร้างความสุขสบายให้กับร่างกาย ลดความทรมานจากอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และลดความตึงเครียดของเส้นเอ็นต่าง ๆ เมื่อผู้ป่วยรู้สึกสบายตัว พักผ่อนได้สนิท ก็จะส่งผลดีต่อสุขภาพจิต ลดความหงุดหงิด และความวิตกกังวล การที่ร่างกายอยู่ในท่าทางที่เหมาะสมตามหลักสรีรศาสตร์ยังช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น ระบบย่อยอาหารทำงานปกติ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีความรู้สึกดีต่อตัวเองและมีกำลังใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น
เพื่อลดภาระของผู้ดูแล
การดูแลผู้ป่วยติดเตียงเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนสูง หากผู้ป่วยเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลกดทับ หรือข้อติดแข็ง ภาระงานของผู้ดูแลจะเพิ่มขึ้น ทั้งเรื่องเวลาในการทำแผล ค่าใช้จ่ายในการรักษา และความยากลำบากในการเคลื่อนย้ายตัวผู้ป่วย หากจัดท่านอนผู้ป่วยติดเตียงอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ผู้ป่วยให้ความร่วมมือในการพลิกตัวได้ง่ายขึ้น ลดแรงต้านของกล้ามเนื้อ ทำให้ผู้ดูแลไม่ต้องออกแรงมากเกินความจำเป็นในการยกหรือเคลื่อนย้าย ซึ่งเป็นการถนอมสุขภาพของผู้ดูแลเองในระยะยาว และช่วยให้การดูแลรักษาความสะอาดขับถ่ายทำได้สะดวกยิ่งขึ้น
เตียงผู้ป่วยสำคัญอย่างไร? ตัวช่วยที่ขาดไม่ได้ในการจัดท่า

อุปกรณ์สำคัญในการดูแลผู้ป่วยติดเตียงคือเตียงนอนผู้ป่วย ซึ่งปัจจุบันมีทั้งเตียงนอนปรับมือ และเตียงผู้ป่วยไฟฟ้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน การเลือกเตียงที่เหมาะสมจะส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของการจัดท่านอนผู้ป่วยติดเตียง และความปลอดภัยของผู้ใช้งาน
ฟังก์ชันการปรับระดับช่วยจัดท่าได้ง่ายขึ้น
เตียงผู้ป่วยที่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะเตียงไฟฟ้ามักมีฟังก์ชันการปรับระดับที่หลากหลาย ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการจัดท่านอนผู้ป่วยติดเตียง เช่น การปรับพนักพิงหลังขึ้นเพื่อให้อยู่ในท่านั่งสำหรับการป้อนอาหารหรือดูทีวี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการสำลัก การปรับส่วนเข่าให้ยกสูงขึ้นเพื่อลดการเลื่อนไถลของตัวผู้ป่วยและช่วยคลายกล้ามเนื้อหน้าท้อง หรือการปรับความสูง-ต่ำของเตียงทั้งหลัง ฟังก์ชันเหล่านี้ช่วยลดแรงกดทับเฉพาะจุด และช่วยให้การจัดท่าทางต่าง ๆ เป็นไปตามหลักสรีรศาสตร์ได้ง่ายขึ้น โดยที่ผู้ดูแลไม่ต้องใช้แรงดึงหรือยกตัวผู้ป่วยมากจนเกินไป
ราวกั้นเตียงช่วยในการพลิกตัวและพยุงตัว
ราวกั้นเตียงไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อป้องกันผู้ป่วยพลัดตกเตียงเท่านั้น แต่ยังเป็นอุปกรณ์ช่วยผ่อนแรงที่มีประโยชน์ในการจัดท่านอนผู้ป่วยติดเตียง สำหรับผู้ป่วยที่พอมีแรงแขนเหลืออยู่บ้าง สามารถใช้มือจับราวกั้นเตียงเพื่อช่วยดึงตัวเองในการพลิกตะแคงตัว หรือช่วยพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ผู้ป่วยได้ออกกำลังกล้ามเนื้อแขนไปในตัว ส่วนในมุมของผู้ดูแล ราวกั้นเตียงช่วยเป็นจุดยึดจับในขณะที่จัดท่าทาง หรือใช้แขวนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ทำให้การดูแลเป็นระเบียบเรียบร้อยและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ความสูงของเตียงที่เหมาะสมช่วยถนอมหลังผู้ดูแล
ปัญหาสุขภาพยอดฮิตของผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงคืออาการปวดหลังเรื้อรัง จากการก้ม ๆ เงย ๆ และยกของหนัก ดังนั้นความสูงของเตียงจึงมีความสำคัญมากในการจัดท่านอนผู้ป่วยติดเตียง หรือการเช็ดตัว พลิกตัว เตียงควรมีความสูงอยู่ในระดับเอวของผู้ดูแล เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถยืนทำหัตถการได้ในท่าทางที่หลังตรง ไม่ต้องก้มโค้งตัว ซึ่งจะช่วยลดแรงกดที่กระดูกสันหลัง การเลือกเตียงที่สามารถปรับระดับความสูง-ต่ำได้ (Hi-Low) จึงเป็นฟังก์ชันที่คุ้มค่าแก่การลงทุน เพราะช่วยรักษาสุขภาพของผู้ดูแลให้แข็งแรง พร้อมดูแลผู้ป่วยไปได้นานๆ
5 วิธีจัดท่านอนผู้ป่วยติดเตียงและการจัดท่านั่งผู้ป่วยติดเตียง อย่างถูกวิธีและปลอดภัย

เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เราขอนำเสนอ 5 เทคนิคจัดท่านอนผู้ป่วยติดเตียง และท่านั่งที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ เพื่อป้องกันแผลกดทับและความผิดปกติของโครงสร้างร่างกาย
1. ท่านอนหงาย
ท่านอนหงายคือท่าพื้นฐาน แต่หากจัดไม่ถูกวิธีอาจทำให้เกิดแผลกดทับที่ก้นกบและส้นเท้าได้ง่าย การจัดท่านี้ให้ถูกต้องมีรายละเอียดดังนี้
- หนุนหมอนที่ศีรษะและไหล่ ให้คออยู่ในแนวตรง ไม่พับงอ เพื่อเปิดทางเดินหายใจให้โล่งสะดวก
- หากแขนข้างใดอ่อนแรง ให้ใช้หมอนใบเล็กหนุนใต้แขนและมือ ให้สูงกว่าระดับหัวใจเล็กน้อย เพื่อลดอาการบวม
- ลำตัวควรนอนราบขนานกับเตียง
- สอดหมอนใบเล็กหรือม้วนผ้าไว้ใต้เข่าทั้งสองข้าง เพื่อลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อหน้าท้องและขา
- ใช้หมอนดันปลายเท้า หรือใช้อุปกรณ์รองปลายเท้า ให้ตั้งฉาก 90 องศา เพื่อป้องกันภาวะเท้าตก
2. ท่านอนตะแคงทับข้างปกติ
ท่านอนตะแคงข้างใช้สำหรับการเปลี่ยนอิริยาบถเพื่อลดแรงกดทับบริเวณหลังและก้นกบ โดยให้ผู้ป่วยนอนทับด้านที่ร่างกายแข็งแรง
- หนุนหมอนให้ศีรษะอยู่ในแนวเดียวกับกระดูกสันหลัง ไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง
- จัดให้ไหล่และสะโพกข้างที่อ่อนแรงอยู่ด้านบน พลิกตะแคงมาด้านหน้าเล็กน้อย
- ใช้หมอนข้างหรือหมอนใบใหญ่ดันที่ด้านหลังของผู้ป่วยตลอดแนว เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยหงายหลังกลับไป
- แขนข้างที่อ่อนแรงให้กอดหมอนข้างหรือวางบนหมอนหนุน เพื่อไม่ให้หัวไหล่ห้อยตกลงมาซึ่งจะทำให้ข้อไหล่เจ็บ
- ขาข้างที่อ่อนแรงให้งอเข่าและสะโพก วางบนหมอนหนุนตลอดแนวขา เพื่อไม่ให้กดทับขาข้างล่าง และช่วยระบายอากาศระหว่างขา
3. ท่านอนตะแคงทับข้างอ่อนแรง
การจัดท่าผู้ป่วยติดเตียงในท่านอนตะแคงทับข้างอ่อนแรง ต้องใช้ความระมัดระวังสูง เพื่อป้องกันข้อไหล่หลุดหรือการบาดเจ็บของเส้นประสาท
- ก่อนพลิกตัวทับข้างที่อ่อนแรง ต้องจัดหัวไหล่ข้างนั้นให้ยื่นออกมาด้านหน้า ให้พ้นจากการถูกลำตัวกดทับโดยตรง ห้ามทับข้อไหล่เด็ดขาด
- หนุนหมอนให้ศีรษะสบาย คอไม่พับ
- ด้านหลังใช้หมอนหนุนหลังเพื่อความมั่นคง
- แขนข้างที่อ่อนแรง (ด้านล่าง) ให้เหยียดออกและหงายมือ ส่วนแขนข้างดี (ด้านบน) วางบนหมอนหรือลำตัวอย่างสบาย
- ขาข้างที่อ่อนแรง (ด้านล่าง) เหยียดตรงเล็กน้อย ส่วนขาข้างดี (ด้านบน) ให้งอเข่าและวางบนหมอนหนุนสูง เพื่อไม่ให้กดทับขาที่อ่อนแรง
4. ท่านอนคว่ำกึ่งตะแคง
การจัดท่าผู้ป่วยติดเตียงในท่านอนคว่ำกึ่งตะแคงเป็นท่านี้ช่วยให้เสมหะไหลออกจากปอดส่วนล่างได้ดีขึ้น และลดแรงกดทับบริเวณก้นกบได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยให้ผิวหนังบริเวณหลังได้สัมผัสอากาศเต็มที่
- จัดท่ากึ่งคว่ำ โดยให้แขนข้างหนึ่งอยู่ด้านหลัง อีกข้างหนึ่งอยู่ด้านหน้า
- ศีรษะหันหน้าไปด้านใดด้านหนึ่ง หนุนหมอนเตี้ย ๆ หรือไม่หนุนเลย เพื่อให้หายใจสะดวก
- สอดหมอนแบน ๆ รองใต้หน้าอกและท้อง เพื่อลดแรงกดที่เต้านมในผู้หญิง และช่วยให้กระดูกสันหลังผ่อนคลาย
- ขาด้านที่หน้าหันไป ให้งอเข่าเล็กน้อยวางบนหมอน ส่วนขาอีกข้างเหยียดตรง
5. การจัดท่านั่งบนเตียง
การจัดท่านั่งมีความสำคัญมากสำหรับการทำกิจกรรม การป้อนอาหาร และการฟื้นฟูการรับรู้ เป็นท่าที่จำเป็นอย่างยิ่งขณะรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันการสำลักลงปอด
- ปรับหัวเตียงให้สูงขึ้นประมาณ 45-60 องศา (ท่านั่งศีรษะสูง) หรือ 90 องศาตามความเหมาะสม
- หนุนหมอนที่ศีรษะและหลังให้ผู้ป่วยนั่งตัวตรง ไม่เอนล้มไปด้านข้าง
- ใช้หมอนรองใต้แขนทั้งสองข้าง ให้ไหล่ยกขึ้นเล็กน้อย เพื่อป้องกันข้อไหล่เคลื่อนและช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น
- สะโพกและก้น ตรวจสอบให้นั่งลงน้ำหนักที่ก้นทั้งสองข้างเท่ากัน
- ปรับส่วนเข่าของเตียงให้ยกขึ้นเล็กน้อย เพื่อป้องกันตัวผู้ป่วยเลื่อนไหลลงไปปลายเตียง
ควรเปลี่ยนท่านอนผู้ป่วยติดเตียงบ่อยแค่ไหน?
หลักการสำคัญที่สุดของการจัดท่านอนผู้ป่วยติดเตียง คือห้ามนอนท่าเดิมนานเกินไป ระยะเวลามาตรฐานที่แพทย์แนะนำคือ ควรพลิกตัวเปลี่ยนท่าทุก ๆ 2 ชั่วโมง ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน เหตุผลเพราะผิวหนังที่ถูกกดทับนานเกิน 2 ชั่วโมง จะเริ่มเกิดภาวะขาดเลือดไปเลี้ยง เซลล์ผิวหนังจะเริ่มตายและพัฒนาไปสู่แผลกดทับได้รวดเร็วมาก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่ผิวหนังบอบบาง การตั้งนาฬิกาปลุกหรือทำตารางบันทึกการพลิกตัวจึงเป็นสิ่งที่ผู้ดูแลควรทำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เลือดลมไหลเวียนดีและระบายความอับชื้นตามปุ่มกระดูกต่าง ๆ
ข้อควรระวังเพิ่มเติมในการจัดท่าผู้ป่วยติดเตียงและการดูแลผู้ป่วยติดเตียง
- การดูแลความสะอาดและระวังความอับชื้น ทุกครั้งที่มีการพลิกตัวหรือจัดท่านอนผู้ป่วยติดเตียง ควรตรวจสอบการขับถ่าย หากมีความเปียกชื้นต้องทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งสนิททันที รวมถึงการทาครีมบำรุงผิวเพื่อป้องกันผิวแห้งแตก เพราะความชื้นและสิ่งสกปรกเป็นตัวเร่งให้เกิดแผลเปื่อยและแผลกดทับติดเชื้อ
- การระวังภาวะกลืนลำบากขณะจัดท่านั่ง เมื่อจัดท่านั่งรับประทานอาหาร ต้องมั่นใจว่าผู้ป่วยตื่นตัวดี ห้ามป้อนอาหารในท่านอนราบเด็ดขาด และหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ควรคงท่าศีรษะสูงไว้อย่างน้อย 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ห้ามปรับนอนราบทันที เพื่อให้อาหารย่อยและป้องกันภาวะกรดไหลย้อน หรือการสำลักอาหารเศษอาหารเข้าหลอดลมซึ่งอันตรายถึงชีวิต
สรุป
การจัดท่านอนผู้ป่วยติดเตียงไม่ใช่เพียงแค่การขยับร่างกาย แต่คือการมอบความรักและความห่วงใยผ่านการกระทำที่ถูกต้อง แต่การจัดท่าผู้ป่วยติดเตียงเป็นการเอาใจใส่ในการดูแล รายละเอียดของการจัดท่าทั้ง 5 แบบ การเลือกใช้เตียงที่เหมาะสม และการหมั่นเปลี่ยนท่าทุก 2 ชั่วโมง จะช่วยให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากแผลกดทับ มีสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ดูแลมีความสุขจากการเห็นคนที่เรารักมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามไปด้วย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หากผู้ป่วยเจ็บเวลาพลิกตัว ควรทำอย่างไร?
หากผู้ป่วยบ่นเจ็บขณะทำการจัดท่านอนผู้ป่วยติดเตียง ผู้ดูแลต้องหยุดและประเมินทันทีว่าเจ็บจากอะไร เช่น ข้อติดขัด หรือแรงกดทับ ให้ปรับเปลี่ยนวิธีการจับ โดยใช้ฝ่ามือประคองแทนการใช้นิ้วจิก ใช้ผ้ารองขวางช่วยในการดึงตัวแทนการดึงแขนขาโดยตรง และควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อหาวิธีลดความเจ็บปวดที่ถูกวิธี
จำเป็นต้องใช้ที่นอนลมควบคู่กับเตียงผู้ป่วยหรือไม่?
แม้ว่าจะมีการจัดท่านอนที่ดีแล้ว แต่ที่นอนลมถือเป็นอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยที่ขยับตัวไม่ได้เลย เพราะที่นอนลมจะมีการยุบพองสลับกัน ช่วยกระจายแรงกดทับตลอดเวลา เหมือนมีการนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ช่วยลดโอกาสเกิดแผลกดทับได้ดียิ่งขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับการพลิกตัวตามเวลา
การจัดท่านอนผิดวิธี ส่งผลเสียร้ายแรงที่สุดคืออะไร?
ผลเสียที่ร้ายแรงที่สุดของจัดท่านอนผู้ป่วยติดเตียงผิดวิธี คือการเกิดแผลกดทับระดับรุนแรง (กินลึกถึงกระดูก) ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือดและนำไปสู่การเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดข้อต่อยึดติดถาวรจนไม่สามารถกายภาพบำบัดให้กลับมาใช้งานได้อีก หรือเกิดปอดอักเสบจากการนอนทับปอดข้างเดิมนานเกินไป





