เมื่อมี “อาการไข้” ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าระบบภูมิคุ้มกันกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อหรือความผิดปกติบางอย่าง หากปล่อยให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้ เช่น อาการชักจากไข้สูง ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง ร่างกายอ่อนเพลีย สับสน และในกรณีที่รุนแรงที่สุดอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะสำคัญ การเข้าใจวิธีเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้องเป็นการพยาบาลเบื้องต้น ที่ช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย ป้องกันไม่ให้อุณหภูมิสูงเกินไป และช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตัวมากขึ้น
วิธีเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้องสำคัญอย่างไร?
การเช็ดตัวเป็นการลดอุณหภูมิร่างกายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยหลักการถ่ายเทความร้อนออกจากผิวหนังผ่านตัวกลางคือน้ำ หลักการสำคัญคือ “การพาความร้อน” และ “การระเหย” เมื่อเราใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดผิว น้ำจะพาความร้อนออกจากผิวหนัง และเมื่อน้ำระเหยกลายเป็นไอ ก็จะดึงความร้อนออกจากร่างกาย วิธีเช็ดตัวลดไข้จึงเป็นทางเลือกแรกที่ปลอดภัยและได้ผลดี ควบคู่ไปกับการรับประทานยาลดไข้
อุณหภูมิร่างกายเท่าไหร่ถึงเรียกว่า ‘มีไข้’?

โดยทั่วไป อุณหภูมิร่างกายปกติของคนเราจะอยู่ที่ประมาณ 36.5-37.5 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม เราจะถือว่าเริ่มมีไข้เมื่อวัดอุณหภูมิทางร่างกายได้ดังนี้
- ไข้ต่ำ ๆ 37.3 – 38.3 องศาเซลเซียส
- ไข้ปานกลาง 38.4 – 39.4 องศาเซลเซียส
- ไข้สูง 39.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ซึ่งเป็นระดับที่ควรใช้มีเช็ดตัวลดไข้ควบคู่กับการดูแลทางการแพทย์ทันที
เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนเช็ดตัวลดไข้
การเตรียมอุปกรณ์ให้ครบถ้วนและพร้อมใช้งาน จะช่วยให้กระบวนการเช็ดตัวเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ติดขัด การเตรียมตัวที่ดีเป็นส่วนหนึ่งของวิธีเช็ดตัวลดไข้ที่มีประสิทธิภาพ การเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นควรวางไว้ในบริเวณที่หยิบใช้งานสะดวก ซึ่งรายการอุปกรณ์ที่ต้องใช้มีดังต่อไปนี้
- อ่างน้ำ 2 ใบ : ใบหนึ่งสำหรับใส่น้ำอุ่นเพื่อใช้เช็ดตัว และอีกใบสำหรับซักผ้าที่ใช้แล้ว เพื่อไม่ให้ความร้อนกลับไปสู่น้ำในอ่างแรก
- น้ำอุ่น : ควรใช้น้ำที่มีอุณหภูมิประมาณ 27-30 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่าอุณหภูมิร่างกายของผู้ป่วยเล็กน้อย ไม่ควรใช้น้ำเย็นจัด เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและเกิดอาการหนาวสั่น ซึ่งจะยิ่งทำให้ร่างกายผลิตความร้อนเพิ่มขึ้น
- ผ้าขนหนูผืนเล็ก 4-5 ผืน : สำหรับชุบน้ำเช็ดตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และสำหรับวางพักตามจุดข้อพับ
- ผ้าขนหนูผืนใหญ่ 2 ผืน : ผืนหนึ่งสำหรับปูรองบนที่นอนเพื่อกันเปียก และอีกผืนสำหรับซับตัวผู้ป่วยให้แห้งหลังเช็ดตัวเสร็จ
- ปรอทวัดไข้ : สำหรับวัดอุณหภูมิก่อนและหลังการเช็ดตัว เพื่อประเมินผล
- เสื้อผ้าที่เบาสบายและระบายอากาศได้ดี : สำหรับเปลี่ยนให้ผู้ป่วยหลังเสร็จสิ้นกระบวนการ
8 ขั้นตอนวิธีเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การลดไข้ให้เกิดประสิทธิภาพและไม่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบายตัว ควรปฏิบัติตามลำดับขั้นตอนอย่างเคร่งครัด ซึ่ง 8 ขั้นตอนวิธีเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้องและปลอดภัย มีดังนี้
1. เตรียมสถานที่และผู้ป่วย
ก่อนเริ่มวิธีเช็ดตัวลดไข้ผู้ใหญ่ หรือเด็กที่ถูกต้อง ควรจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม โดยจัดห้องให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก แต่ไม่ควรมีลมโกรกหรือเปิดแอร์และพัดลมจ่อที่ตัวผู้ป่วยโดยตรง เพราะจะทำให้เกิดอาการหนาวสั่นได้ ปูผ้าขนหนูผืนใหญ่รองบนที่นอนเพื่อป้องกันการเปียกชื้น ถอดเสื้อผ้าของผู้ป่วยออกและใช้ผ้าห่มบาง ๆ คลุมบริเวณหน้าอกและส่วนล่างไว้ก่อน เพื่อไม่ให้รู้สึกหนาวเกินไป
2. เริ่มเช็ดจากใบหน้าและซอกคอ
เริ่มวิธีเช็ดตัวลดไข้ผู้ใหญ่ หรือเด็กอย่างนุ่มนวล โดยใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำอุ่นที่เตรียมไว้ บิดให้หมาดจนเกือบแห้ง แล้วค่อย ๆ เช็ดให้ทั่วใบหน้าอย่างเบามือ จากนั้นนำผ้าผืนเดิมหรือผืนใหม่มาวางพักไว้ที่บริเวณหน้าผากและซอกคอข้างละผืน ประมาณ 1-2 นาที เนื่องจากบริเวณซอกคอเป็นจุดที่มีเส้นเลือดใหญ่อยู่ใกล้ผิวหนัง การวางผ้าจะช่วยระบายความร้อนได้ดี
3. เช็ดแขนและมือ โดยเช็ดย้อนรูขุมขน
วิธีเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้องคเอง “เช็ดย้อนแนวรูขุมขน” เพื่อช่วยเปิดรูขุมขนให้กว้างขึ้นและระบายความร้อนได้ดีที่สุด เริ่มเช็ดจากบริเวณปลายมือไล่ขึ้นมาตามแขนจนถึงรักแร้ ทำซ้ำ ๆ ประมาณ 2-3 รอบ แล้วจึงสลับไปทำอีกข้างหนึ่ง การเช็ดตัวด้วยเทคนิคนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพการลดไข้ได้เร็วขึ้น
4. เช็ดลำตัวด้านหน้า
หลังจากเช็ดแขนทั้งสองข้างแล้ว ให้เช็ดบริเวณลำตัวด้านหน้า เริ่มจากบริเวณหน้าอก โดยเช็ดในลักษณะวนเข้าหาหัวใจอย่างเบามือ จากนั้นเช็ดบริเวณหน้าท้อง ระหว่างที่เช็ดส่วนอื่นอยู่ ควรใช้ผ้าอีกผืนคลุมหน้าอกไว้เพื่อป้องกันความรู้สึกเย็นจนเกินไป
5. เช็ดขาและเท้า ย้อนขึ้นมาที่ขาหนีบ
ทำเช่นเดียวกับแขน โดยใช้เทคนิคการเช็ดย้อนรูขุมขน เริ่มเช็ดจากปลายเท้า ไล่ขึ้นมาตามขาจนถึงบริเวณขาหนีบ ซึ่งเป็นอีกจุดที่มีเส้นเลือดแดงใหญ่ผ่าน ทำให้เป็นจุดที่ช่วยระบายความร้อนได้ดี ทำซ้ำ 2-3 รอบ แล้วจึงสลับไปทำอีกข้างหนึ่ง เป็นอีกขั้นตอนที่จำเป็นในวิธีเช็ดตัวลดไข้ผู้ใหญ่ และเด็ก
6. พักผ้าบริเวณข้อพับและซอกต่างๆ
การเช็ดตัวให้ไข้ลดเร็วขึ้น ให้นำผ้าขนหนูผืนเล็กที่ชุบน้ำอุ่นบิดหมาด วางพักไว้ตามจุดที่เป็นศูนย์รวมของเส้นเลือดใหญ่ ซึ่งได้แก่ ซอกคอ รักแร้ทั้งสองข้าง และขาหนีบทั้งสองข้าง วางทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที ความร้อนจากเส้นเลือดจะถูกถ่ายเทไปยังผ้า ทำให้ร่างกายเย็นลงอย่างรวดเร็ว
7. พลิกตัวเช็ดด้านหลัง
ส่วนที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของร่างกาย จัดให้ผู้ป่วยนอนในท่าตะแคง แล้วเริ่มเช็ดบริเวณหลัง โดยเริ่มจากต้นคอ ไล่ลงมาตามแนวกระดูกสันหลังจนถึงบริเวณสะโพกและก้นกบ การเช็ดบริเวณแผ่นหลังซึ่งเป็นพื้นที่ผิวขนาดใหญ่จะช่วยระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี
8. ซับตัวให้แห้งและสวมเสื้อผ้าที่เบาสบาย
หลังจากทำตามวิธีเช็ดตัวลดไข้ครบทุกขั้นตอนแล้ว ให้ใช้ผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่แห้งและสะอาด ซับตัวผู้ป่วยเบา ๆ ให้แห้งสนิท ไม่ควรใช้การถูเพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองได้ จากนั้นให้สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งบาง ระบายอากาศได้ดี เช่น เสื้อผ้าฝ้าย เพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิร่างกายกลับสูงขึ้นอีกครั้ง
ข้อควรระวังและคำแนะนำเพิ่มเติม
- ควรวัดไข้ซ้ำในอีก 15-30 นาที : หลังจากเช็ดตัวเสร็จแล้ว ควรให้ผู้ป่วยพักผ่อน และทำการวัดอุณหภูมิร่างกายซ้ำ เพื่อประเมินว่าไข้ลดลงหรือไม่ หากไข้ยังไม่ลด สามารถเช็ดซ้ำได้อีกครั้งหลังจากผ่านไปประมาณ 2-4 ชั่วโมง
- หากผู้ป่วยหนาวสั่น ให้หยุดเช็ดทันที : อาการหนาวสั่นเป็นปฏิกิริยาของร่างกายที่พยายามสร้างความร้อนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ไข้สูงขึ้นไปอีก หากผู้ป่วยเริ่มมีอาการสั่น ให้หยุดเช็ดตัวทันที
- ควรใช้น้ำอุ่นเสมอ : การเช็ดตัวควรใช้น้ำอุ่น ห้ามใช้น้ำเย็นในการเช็ดตัวลดไข้เด็ดขาด เพราะความเย็นจัดจะทำให้หลอดเลือดส่วนปลายหดตัว เป็นการกักเก็บความร้อนไว้ภายในร่างกาย และกระตุ้นให้เกิดอาการหนาวสั่น
- ระยะเวลาที่เหมาะสม : ขั้นตอนการเช็ดตัวทั้งหมดควรใช้เวลาประมาณ 10-20 นาที ไม่ควรทำนานจนเกินไปเพราะอาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบายตัวหรือหนาวเย็นได้
- ดื่มน้ำมาก ๆ : กระตุ้นให้ผู้ป่วยดื่มน้ำเปล่า หรือน้ำเกลือแร่บ่อย ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยเมื่อมีไข้สูง
- พบแพทย์เมื่อมีอาการน่ากังวล : หากทำตามวิธีเช็ดตัวลดไข้แล้วไข้ไม่ลดลง หรือผู้ป่วยมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ซึมลงมาก หายใจหอบเหนื่อย มีผื่นขึ้น หรือมีอาการชัก ควรไปพบแพทย์ทันที
สรุป
วิธีเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้องเป็นทักษะการดูแลเบื้องต้นที่สำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าผู้ป่วยจะต้องพักฟื้นอยู่บนเตียงคนไข้ หรือต้องใช้รถเข็นคนป่วยเพื่อช่วยในการเคลื่อนไหว การปฏิบัติตาม 8 ขั้นตอนที่แนะนำอย่างเคร่งครัด จะช่วยลดอุณหภูมิร่างกายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตัวขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือช่วยป้องกันความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากไข้สูงได้





